ขั้นตอนการเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

ขั้นตอนการเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

 1.   ลักษณะการทำงานเชิงกล

–  แรงบิดไม่คงที่ (Variable Torque Load) เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ
–  แรงบิดคงที่ (Constant Torque Load) เช่น ลิฟท์ คอนเวเยอร์

 2.  หาข้อมูลมอเตอร์จากเนมเพลท

หาค่ากระแสและกำลังมอเตอร์เมื่อขับโหลดเต็มกำลัง

การเลือกขนาดของ อินเวอร์เตอร์  (Inverter) จะดูจากขนาดกระแสและกำลังของมอเตอร์ แต่กระแสที่พิกัดนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อใช้ที่แรงดัน..แตกต่างจากเนมเพลทหรือความเร็วใช้งานต่างจากที่ระบุบนเนมเพลท เช่น มอเตอร์ 12 โพลทำงานที่ 540 รอบ/นาที จะกินกระแสสูงกว่ามอเตอร์ 4 โพล ทำงานที่ความเร็วรอบ 1750 รอบ/นาที ถึงแม้ค่ากิโลวัตต์จะเท่ากัน หาค่าความเร็วรอบมอเตอร์เมื่อทำงานเต็มกำลัง  การเลือกมอเตอร์เพื่อขับโหลดอย่างเหมาะสม เราจะต้องทราบค่าความเร็วและแรงบิดที่โหลดต้องการ เพื่อใช้ในการคำณวนค่ากำลังของมอเตอร์ (กำลังมอเตอร์ <P> = แรงบิด <T> x ความเร็วรอบ <RPM>)

3.  พิจารณาช่วงความเร็วรอบ,ความร้อนและประสิทธิภาพของมอเตอร์

ความเร็วรอบสูงสุดของมอเตอร์สูงกว่าความเร็วที่ 50 Hz

โหลดแบบแรงบิดไม่คงที่
(Variable Torque Load)
การปรับตั้งอินเวอร์เตอร์เพื่อควบคุมดวามเร็วของปั๊มและพัดลม เราควรตั้งค่าความเร็วสูงสุด (HSP) ไว้ที่พิกัดของอัตราการไหลที่เราต้องการ หากเราตั้งค่าไม่เหมาะสมจะทำให้มอเตอร์และปั๊ม ทำงานโอเวอร์โหลด

โหลดแบบแรงบิดคงที่
(Constant Torque Load)
การปรับตั้งอินเวอร์เตอร์เพื่อควบคุมความเร็วของเครื่องจักรแบบต้องการแรงบิดคงที่ เช่น สายพานลำเลียงที่ระดับความเร็วสูงกว่า 50 Hz จำเป็นจะต้องตรวจสอบดูความสามารถของมอเตอร์ก่อนว่าตลับลูกปืนที่เพลามอเตอร์ทำงานได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องดูอีกว่าจะมีชิ้นส่วนอย่างอื่นหลุดกระเด็นออกจากเครื่องจักรมาทำอันตรายคนหรือไม่

4.  แรงบิดตอนสตาร์ทของเครื่องจักร(Breakaway Torque)

พิจารณาความต้องการแรงบิดตอนสตาร์ทของเครื่องจักร (Breakaway Torque) Breakaway Torque หมายถึง แรงบิดตอนสตาร์ทออกตัวที่เครื่องจักรต้องการจากมอเตอร์ เพื่อให้เครื่องจักรหมุนได้และเป็นตัวกำหนดค่ากระแสที่พิกัดของอินเวอร์เตอร์ด้วย ส่วนใหญ่จะบอกค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ของแรงบิดเมื่อเครื่องจักรทำงานเต็มที่ (Full Load)  Breakaway Torque ของเครื่องจักรแต่ละประเภทจะไม่เหมือนกัน เมื่อเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ ต้องพิจารณาค่านี้เสมอ ถ้าหากเราเลือกค่านี้ผิด จะทำให้อินเวอร์เตอร์ทำงานไม่ได้และมอเตอร์จะไม่สามารถสตาร์ทออกตัวได้

5.  การเร่งความเร็ว(Acceleration Requirement)

การเร่งความเร็วในช่วงเวลาที่ต้องการ (Acceleration Requirement) การเร่งความเร็วของมอเตอร์เพื่อให้เครื่องจักรเดินที่ความเร็วรอบที่ต้องการ มอเตอร์จะใช้ กระแสจากอินเวอร์เตอร์ ไปสร้างแรงบิดอีกชนิดหนึ่งเราเรียกว่า “Acceleration Torque ”

ข้อควรจำ
สำหรับการเลือกใช้อินเวอร์เตอร์เราจะต้องพิจารณา Acceleration Torqueให้ถูกต้อง ถ้าเราเลือกผิดจะมีปัญหาดังนี้
1) การปรับตั้ง Acceleration Torque ผิดจะทำให้อินเวอร์เตอร์ตัดวงจร (Trip, Fault)
2) หากปรับตั้ง Acceleration Torque สูงมากเกินไปจะทำให้เครื่องจักรเสียหายได้

6.  การลดความเร็ว (Deceleration Requirement)

ในการเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ ต้องพิจารณา ดังนี้
1) ขณะมอเตอร์ลดความเร็ว มอเตอร์จะจ่ายพลังงานคืนให้กับระบบและตัวอินเวอร์เตอร์ดังนั้นถ้าเราตั้งค่าไม่ถูกต้องจะทำให้อินเวอร์เตอร์ตัดวงจร (trip, fault)
2) แรงบิดขณะลดความเร็ว (Deceleration Torque) หากมีค่าสูงเกินไป สามารถทำให้เครื่องจักรเสียหายได้

7.  สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง อินเวอร์เตอร์

สภาพแวดล้อมในการติดตั้งอินเวอร์เตอร์  จะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ หลายอย่าง
1) อุณหภูมิรอบข้าง โดยปกติอุณหภูมิรอบข้างของอินเวอร์เตอร์จะถูกกำหนดไว้ที่ 0-50 องศาเซลเซียส
หากนำไปติดตั้งในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ท่านจะต้องเพิ่มขนาดกิโลวัตต์ของอินเวอร์เตอร์ด้วย
2) จะต้องไม่มีความชื้นในบริเวณที่ติดตั้ง
3) มีความสามารถในการป้องกันฝุ่นและน้ำ (IP : Index of Protection)

– IP 20, 21(Altivar 12, 212, 312, 32, 61, 71)

ข้อดีของการใช้อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์

– การสตาร์ทจะนุ่มนวล (Soft Start)
– ไม่มีการกระชากของกระแสไฟฟ้า (Inrush Current)
– สามารถปรับอัตราเร่งและอัตราหน่วงได้ (Adjustable Acceleration and Deceleration time)
– สามารถควบคุมได้จากระยะไกล (Remote Control)
– สามารถควบคุมการทำงานโดยกต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์
– มีระบบ Protection
– ประหยัดพลังงาน (Energy Saving)
– ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง (Reduce Maintenance Cost)

Share Now

Related Post

Leave us a reply